วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552


สวนป่า (Group Plantings) คือการจัดต้นไม้ในกระถางให้มองดูเหมือนป่าตามธรรมชาติ หลังจากที่เราเลี้ยงบอนไซแต่ละต้น จนมีรายละเอียดพอสมควร แล้วก็นำมาจัดส่วนป่า ในการจัดสวนป่านิยมใช้จำนวนต้นไม้เป็นเลขคี่

การจัดสวนป่ามีวิธีการดังนี้

  1. เตรียมกระถาง นำดินเผาเม็ดใหญ่หรือถ่านใส่กระถางในชั้นแรก แล้วรองพื้นด้วยดินผสม

2. แคะดินบริเวณรอบกระถางแล้วดึงบอนไซออกจากกระถางและตัดตุ้มไม้ให้เล็กลงและบาง

3. เริ่มวางต้นไม้ต้นที่ 1 จนถึงต้นสุดท้ายในกระถางที่เตรียมไว้ ซึ่งต้นที่ 1 เป็นต้นหลักจะมีลักษณะเด่นคือลำต้นจะใหญ่และสูงกว่าต้นอื่น โดยจัดวางไว้ในตำแหน่งกึ่งกลางของกระถางหรือเยื้องไปทางขวาหรือซ้ายของกึ่งกลางก็ได้และให้ต้นไม้เยื้องขึ้นมาด้านหน้า แล้ววางต้นที่ 2, 3, 4 ฯลฯ โดยแต่ละต้นเมื่อมองจากด้านหน้า ต้นที่อยู่ด้านหน้าจะไม้บังต้นที่อยู่ด้านหลังและต้นไม้จะต้องไม่อยู่ในลักษณะเป็นแถวตรง สำหรับต้นไม้ที่อยู่ด้านหลังจะต้นเล็กและเตี้ยกว่าทำให้สวนป่ามีความลึกเหมือนต้นไม้นั้นอยู่ไกลออกไป

4. เมื่อวางต้นไม้จนครบแล้วกลบดินโดยให้มีลักษณะเป็นเนินดินซึ่งบริเวณตรงกลางกระถางจะนูนกว่าดินบริเวณขอบกระถาง จะตกแต่งด้วยมอสหรือดินเผาหรือก้อนกรวดก็ได้และตัดแต่งกิ่งของไม้แต่ละต้นซึ่งเมื่อมองโดยรวมแล้วจะมีลักษณะเป็นพุ่มเดียวกัน

วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552


จะหาตอไม้มาทำบอนไซได้ที่ไหน ในยุค ไอ เอ็ม เอฟ ?

สถานที่ซึ่งพอจะหาซื้อตอไม้มาทำเป็นไม้แคระได้ ที่สะดวกที่สุดก็เห็นจะเป็นที่ตลาดนัดสวนจตุจักร ซึ่งถ้าจะไปเดินดูในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ ก็จะต้องจ่ายเยอะหน่อย แต่มีอีกทางหนึ่งที่พอจะทำให้หาไม้เกรดเดียวกัน กับที่วางขายในตลาดนัดช่วงเสาร์อาทิตย์ แต่ในสนนราคาที่ย่อมเยากว่าได้ แต่ต้องลงทุนตื่นเช้าหน่อย คือวันพุธเช้ามืด คนที่อยากได้ตอไม้ลักษณะต้องตาต้องใจ ต้องไปถึงสวนจตุจักร ทางประตูด้านถนนกำแพงเพชร 1 แต่ต้องไม่สายกว่าตีห้า อย่าลืมเอาไฟฉายไปด้วย เมื่อไปถึงจะเห็นรถปิคอัพและรถบรรทุกจอดรอลงต้นไม้นับสิบๆ คัน เป็นไม้ตุ้มบ้าง ไม้ตอบ้าง ไม้ใหญ่ที่ล้อมมาขายนักจัดสวนก็มีเยอะ ลองเดินดู ไฟฉายที่เอาไปด้วยนั่นแหละ ใช้ส่องดูตอที่วางไว้ลึกๆ เรามองไม่เห็น เพราะตีห้ายังมืดตื๋ออยู่ ชอบใจต้นไหนก็จองกันตั้งแต่บนรถเลย ต่อรองราคากันให้เรียบร้อย อาจถึงต้องวางมัดจำกันบ้างสำหรับการซื้อขายยุค ไอ เอ็ม เอฟ ทีนี้พอประตูสวนเปิดให้รถเข้า ก็ตามรถคันนั้นเข้าไปเลย คนขายก็จะลำเลียงไม้ลง เราก็รีบเอาไม้ที่หมายตาไว้ออกมา ขืนช้าอาจมีคนอยากได้มาให้ราคาสูงกว่า คนขายอาจโลภมากขายไปทั้งๆ ที่เราวางมัดจำไว้แล้ว ผู้เขียนเคยเจอในกรณีนี้ ทั้งๆ ที่เราเป็นลูกค้าประจำ เล่นเอาอารมณ์เสีย เลิกคบกันไปเลย

การเลี้ยงและดัดให้ได้รูปทรง::

ในที่นี้จะอธิบายถึงการเลี้ยงและดัดรายละเอียดให้ได้รูปทรง สำหรับต้นไทรจีนต้นนี้เป็นไม้ที่นำเข้ามาจากประเทศจีนมีโคนต้นที่สวยรากออกรอบต้น แต่รายละเอียดของกิ่งไม่เหมาะสม มีกิ่งที่ยาวเกินไปไม่ได้สัดส่วน ดังนั้นจึงตัดให้สั้นลงเพื่อเลี้ยงรายละเอียดใหม่ ให้มีความสมดุลเหมาะสมกับลำต้นและต้องการเลี้ยงให้จบเร็ว ในระยะเริ่มต้น ควรเลี้ยงในกระถางที่ใหญ่ก่อน เพื่อจะให้ไม้ที่จะเลี้ยงได้ดินมาก ๆ ดินที่ใช้ปลูกควรร่วนซุย สำหรับต้นไทรนี้จะเป็นดินขุยไผ่ก็ได้ ดินควรเป็นเม็ดหากดินละเอียดจะจับตัวเป็นเนื้อเดียวกันเร็วกว่าดินที่เป็นเม็ด ดินควรมีส่วนผสมของดินเผาหรือกระถางที่ทุบให้เป็นเม็ด เพื่อจะช่วยให้ดินไม่จับตัวเป็นเนื้อเดียวกันและยังดูดซับน้ำไว้ ช่วยให้ดินมีความชุ่มชื้นตลอดเวลา และควรตัดตุ้มไม้ให้บางจนถึงราก แต่ต้องมีรากพอสมควรหากในอนาคตเราเปลี่ยนใส่กระถางบางจะได้ไม่มีปัญหา เพราะถ้าไม่ตัดให้บางไว้แต่แรกแล้วไปตัดตุ้มให้บางในภายหลังอาจทำให้ตายได้ และไม่ควรใส่ปุ๋ยสำหรับไม้ปลูกใหม่

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2552


ไม้เขน






ไม้เขนจะแตกต่างจากไม้ดัดชนิดอื่นตรงที่ให้ความสำคัญกับทรงต้น โคนต้นจะต้องมีปุ่มมีตา กิ่งต่ำสุดต้องดัดลงให้อยู่ตรงข้ามกับกิ่งที่ 2 และกิ่งยอด และกิ่งยอดต้องหักเอี้ยวลงมาข้างหลังก่อนแล้วจึงดัดวกกลับขึ้น กิ่งที่ 2 ดัดให้ได้จังหวะรับกับกิ่งยอด ไม้เขนนี้นิยมทำกิ่งและช่อพุ่มใบ 3 ช่อ จึงจะดูสวยงาม


ไม้ป่าข้อม






ไม้ป่าข้อม ทรงต้นจะตรงขึ้นไปถึงยอด ตรงโคนมีปุ่มรอยตัด ดัดแต่งกิ่งให้วนเวียนรอบๆ ต้นขึ้นไป กำหนดให้ทำ 3 กิ่งๆ ละ 3 ช่อ รวมเป็น 9 ช่อ และต้องจัดทำกิ่งและช่อให้สม่ำเสมอ และจะทำตอแอบ (ต้นไม้เล็กที่ขึ้นตรงโคนต้น) หรือไม่ก็ได้


ไม้ฉาก






ไม้ฉาก ลักษณะทั้งทรงต้นและกิ่งดัดแต่งให้เป็นรูปมุมฉาก ส่วนปลายกิ่งก็จะตัดแต่งให้เป็นพุ่มใบ โดยนิยมทำเป็น 9 ช่อไม้ฉากเป็นไม้ดัดที่ดัดยากที่สุด ผู้ที่ดัดจะต้องเป็นผู้มีฝีมือและมีความวิริยะ อดทนสูงมากจึงจะทำได้

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552


ดังที่ได้กล่าวมาแล้วในส่วนของบทนำ คำว่าบอนไซเป็นภาษาญี่ปุ่น หมายถึง "ต้นไม้แคระ" ซึ่งก็หมายถึงว่า เป็นต้นไม้ที่ปกติจะมีขนาดสูงใหญ่ท่วมหัว เช่นตะโก มะขามเทศ ข่อย และอื่นๆ เราเอามาเลี้ยงในกระถางเล็กๆ บังคับไม่ให้ต้นโต แต่มีการดัดกิ่ง ตกแต่งลำต้น และกิ่งก้านให้มองดูเหมือนกับ เอาต้นไม้ใหญ่ๆ มาย่อส่วนลง โดยยังคงลักษณะรูปทรงเดิมของไม้นั้นๆ อยู่ และมิหนำซ้ำพอถึงฤดูกาล ที่ไม้ชนิดนั้นต้นใหญ่ๆ ออกดอกออกผล ไม้แคระของเราก็ควรจะมีดอกมีผลกับเขาด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นก็คงพอเป็นที่เข้าใจได้แล้วว่า คำว่า"บอนไซ"เป็นคำรวม อันหมายถึงต้นไม้ทุกชนิด ที่เอามาทำให้เป็นไม้แคระ