วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2552

การเลี้ยงไม้จากตอมีขั้นตอนดังนี้
1. เมื่อได้ตอไม้มาให้นำมาเลี้ยงในกระถางใบใหญ่ ๆ ก่อนเพื่อจะได้ดินมาก ๆ ไม้จะได้โตเร็วขึ้น โดยตัดให้เตี้ยหรือสูงก็ได้ขึ้นอยู่กับต้นไม้นั้น บางครั้งต้นที่ได้มาอาจตัดให้ยอดค่อย ๆ เล็กลงได้โดยไม่ต้องตัดทิ้งทั้งหมดช่วยลดเวลาการเลี้2.เมื่อไม้เริ่มแตกมาสักระยะหนึ่งกิ่งแข็งแรงพอก็เริ่มคัดเลือกกิ่งที่จะไว้ทำเป็นยอดไม้ไว้รวมทั้งเลือกกิ่งที่จะทำเป็นกิ่งหลักไว้ด้วยโดยเลี้ยงไปพร้อม ๆ กับการเลี้ยงยอดไม้หากไม่เลี้ยงไปพร้อมกับมาเลี้ยงที่หลังจะใช้เวลานาน ใช้ลวดดัดให้กิ่งที่จะทำเป็นยอดไม้ชี้ขึ้น ดังรูป ยงได้หลายปี หากตอใหญ่มากอาจจะปลูกลงดินก็ได้ ดังรูป
4.เมื่อยอดไม้โตพอสมควรก็ให้ตัดไม้ทิ้งเหลือไว้ประมาณ 1ใน 3 หรือ 1 ใน 4 ของลำต้นเหลือไว้พอเหมาะสมกับลำต้น ดังรูป 5.ทำตามข้อ 2 ถึง ข้อ 4 ไปเรื้อย ๆ โดยกิ่งที่เลือกทำเป็นยอดจะอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกันกับยอดที่เลี้ยงไว้เดิมจะทำให้ต้นไม้มีลักษณะคดงอแบบตัว S ซึ่งขนาดของลำต้นค่อย ๆ ลดขนาดลงจากฐานใหญ่ไปถึงยอดเรียวเล็กลง ดังรูป 6.เมื่อยอดเล็กก็สามารถนำไปเลี้ยงรายละเอียดต่อได้ ดังรูป
วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552
การเลือกพันุธุ์ไม้ดัด
การคัดเลือกและเตรียมพันธุ์ไม้ดัด
| ||||
วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สวนป่า (Group Plantings) คือการจัดต้นไม้ในกระถางให้มองดูเหมือนป่าตามธรรมชาติ หลังจากที่เราเลี้ยงบอนไซแต่ละต้น จนมีรายละเอียดพอสมควร แล้วก็นำมาจัดส่วนป่า ในการจัดสวนป่านิยมใช้จำนวนต้นไม้เป็นเลขคี่
การจัดสวนป่ามีวิธีการดังนี้
- เตรียมกระถาง นำดินเผาเม็ดใหญ่หรือถ่านใส่กระถางในชั้นแรก แล้วรองพื้นด้วยดินผสม
2. แคะดินบริเวณรอบกระถางแล้วดึงบอนไซออกจากกระถางและตัดตุ้มไม้ให้เล็กลงและบาง
3. เริ่มวางต้นไม้ต้นที่ 1 จนถึงต้นสุดท้ายในกระถางที่เตรียมไว้ ซึ่งต้นที่ 1 เป็นต้นหลักจะมีลักษณะเด่นคือลำต้นจะใหญ่และสูงกว่าต้นอื่น โดยจัดวางไว้ในตำแหน่งกึ่งกลางของกระถางหรือเยื้องไปทางขวาหรือซ้ายของกึ่งกลางก็ได้และให้ต้นไม้เยื้องขึ้นมาด้านหน้า แล้ววางต้นที่ 2, 3, 4 ฯลฯ โดยแต่ละต้นเมื่อมองจากด้านหน้า ต้นที่อยู่ด้านหน้าจะไม้บังต้นที่อยู่ด้านหลังและต้นไม้จะต้องไม่อยู่ในลักษณะเป็นแถวตรง สำหรับต้นไม้ที่อยู่ด้านหลังจะต้นเล็กและเตี้ยกว่าทำให้สวนป่ามีความลึกเหมือนต้นไม้นั้นอยู่ไกลออกไป
4. เมื่อวางต้นไม้จนครบแล้วกลบดินโดยให้มีลักษณะเป็นเนินดินซึ่งบริเวณตรงกลางกระถางจะนูนกว่าดินบริเวณขอบกระถาง จะตกแต่งด้วยมอสหรือดินเผาหรือก้อนกรวดก็ได้และตัดแต่งกิ่งของไม้แต่ละต้นซึ่งเมื่อมองโดยรวมแล้วจะมีลักษณะเป็นพุ่มเดียวกัน
วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2552

จะหาตอไม้มาทำบอนไซได้ที่ไหน ในยุค ไอ เอ็ม เอฟ ?

ในที่นี้จะอธิบายถึงการเลี้ยงและดัดรายละเอียดให้ได้รูปทรง สำหรับต้นไทรจีนต้นนี้เป็นไม้ที่นำเข้ามาจากประเทศจีนมีโคนต้นที่สวยรากออกรอบต้น แต่รายละเอียดของกิ่งไม่เหมาะสม มีกิ่งที่ยาวเกินไปไม่ได้สัดส่วน ดังนั้นจึงตัดให้สั้นลงเพื่อเลี้ยงรายละเอียดใหม่ ให้มีความสมดุลเหมาะสมกับลำต้นและต้องการเลี้ยงให้จบเร็ว ในระยะเริ่มต้น ควรเลี้ยงในกระถางที่ใหญ่ก่อน เพื่อจะให้ไม้ที่จะเลี้ยงได้ดินมาก ๆ ดินที่ใช้ปลูกควรร่วนซุย สำหรับต้นไทรนี้จะเป็นดินขุยไผ่ก็ได้ ดินควรเป็นเม็ดหากดินละเอียดจะจับตัวเป็นเนื้อเดียวกันเร็วกว่าดินที่เป็นเม็ด ดินควรมีส่วนผสมของดินเผาหรือกระถางที่ทุบให้เป็นเม็ด เพื่อจะช่วยให้ดินไม่จับตัวเป็นเนื้อเดียวกันและยังดูดซับน้ำไว้ ช่วยให้ดินมีความชุ่มชื้นตลอดเวลา และควรตัดตุ้มไม้ให้บางจนถึงราก แต่ต้องมีรากพอสมควรหากในอนาคตเราเปลี่ยนใส่กระถางบางจะได้ไม่มีปัญหา เพราะถ้าไม่ตัดให้บางไว้แต่แรกแล้วไปตัดตุ้มให้บางในภายหลังอาจทำให้ตายได้ และไม่ควรใส่ปุ๋ยสำหรับไม้ปลูกใหม่
วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2552
วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2552

บดังที่ได้กล่าวมาแล้วในส่วนของบทนำ คำว่าบอนไซเป็นภาษาญี่ปุ่น หมายถึง "ต้นไม้แคระ" ซึ่งก็หมายถึงว่า เป็นต้นไม้ที่ปกติจะมีขนาดสูงใหญ่ท่วมหัว เช่นตะโก มะขามเทศ ข่อย และอื่นๆ เราเอามาเลี้ยงในกระถางเล็กๆ บังคับไม่ให้ต้นโต แต่มีการดัดกิ่ง ตกแต่งลำต้น และกิ่งก้านให้มองดูเหมือนกับ เอาต้นไม้ใหญ่ๆ มาย่อส่วนลง โดยยังคงลักษณะรูปทรงเดิมของไม้นั้นๆ อยู่ และมิหนำซ้ำพอถึงฤดูกาล ที่ไม้ชนิดนั้นต้นใหญ่ๆ ออกดอกออกผล ไม้แคระของเราก็ควรจะมีดอกมีผลกับเขาด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นก็คงพอเป็นที่เข้าใจได้แล้วว่า คำว่า"บอนไซ"เป็นคำรวม อันหมายถึงต้นไม้ทุกชนิด ที่เอามาทำให้เป็นไม้แคระ
วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ไม้ขบวน
ไม้ขบวน มีลักษณะทรงต้นตรงหรือคดเล็กน้อย เป็นไม้ดัดที่มีทรงต้นต่ำ ดัดกิ่งให้วกเวียนขึ้นไปวนสุดยอด แต่ไม่กำหนดรูปทรงแน่นอนจะดัดพลิกแพลงอย่างไรก็ได้ แต่จะต้องจัดช่อพุ่มใบให้จังหวะช่องไปดูพอเหมาะพอดีและแต่งให้เรียบร้อย โดยทั่วไปนิยมทำเป็น 9 ช่อ |
วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552
วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ไม้ตลก
ไม้ตลกเป็นไม้ดัดที่ตั้งใจให้ผู้พบเห็นแปลกตาทำนองตลกขบขัน โดยจะมีทั้งที่เป็นไม้ตลกหัว คือลำต้นส่วนบนสุดจะเป็นก้อนกลุ่มยิ่งใหญ่โตเท่าไหร่ยิ่งดี ลำต้นส่วนอื่นเป็นกระปุ่มกระป่ำ มีกิ่งมีช่อน้อย ส่วนไม้ตลกราก จะมีรากลอยหรือรากบางส่วนโผล่พื้นดิน แต่ถ้าจะให้สวยงามจริงจะต้องมีทั้งตลกหัวและตลกรากอยู่ในต้นเดียวกัน และทำช่อกิ่งเพียงเล็กน้อยจึงจะดูสวยงาม |






